ก็แค่ความเคยชิน...(หรอ?) [1/2]

posted on 21 Apr 2012 19:18 by pearpeariie

สวัสดีคนที่หลงเข้ามา *เอ๊ะ* ฮ่าๆๆ

นี่เป็นฟิค ที่เกิดจากความคิดชั่ววูบ ??

ขอให้สนุกนะ :)

------------------------------------------------------------

ความเคยชิน....

มันคือความเคยชิน...

มันก็แค่ความเคยชินน่า...

...โถ่เว้ย ก็แล้วถ้ามันเป็นแค่ความเคยชินแล้วทำไมผลยังต้องมานั่งคิดถึง ไอ้หน้าหวานๆ นั่นด้วยนะ ฮึ่ยๆๆ คนหล่อหงุดหงิด ย้ากกก ว้ากกๆๆ >[]<

โอย ผมจะบ้าแล้วนะ นายจะมีอิทธิพลกับฉันมากเกินไปแล้วนะ ไอ้กระต่ายเน่า -3-*

ฮึ่ยๆๆ แย้กกก ทำไมมันเงียบอย่างนี้นะ....

ถ้าเจ้ากระต่ายเน่านั่นอยู่ ก็คงได้เถียง ได้ทะเลาะ ได้ตบตี (?) ได้มีอะไรทำไปแล้ว...

อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งแหง่ว อยู่คนเดียวนี่นา ...โฮยย คนหล่อเซ็ง

 

                คุณคงสงสัยกันล่ะสิ ว่าคนหล่อๆอย่างผม มานั่งสติแตกอะไรอยู่อย่างนี้ ....ผมจะบอกให้นะ ว่าทั้งหมดนี่น่ะ ....มันก็เพราะไอ้กระต่ายเน่าตัวนั้นนั่นแหละ ...ไม่ต้องมาถามนะว่าตัวไหน ก็มีอยู่ตัวเดียวนั่นหละ -3-//

                อะ อะ... งงล่ะซิ ผมจะเล่าให้ฟัง....

 

1 เดือนก่อนหน้านี้

“เฮ้ยคยู หอที่มึงฝากหาอ่ะ กูหาให้แล้วนะ แต่ว่า..” ซีวอน เพื่อนสนิทของผมพูดถึงเรื่องหอ พักที่ผมฝากมันจอง เพราะว่าผมจะย้ายออกจากบ้าน

“เฮ้ย จริงปะ แล้วมันอยู่แถวไหนวะ แล้วกูจะย้ายเข้าไปได้เมื่อไหร่อ่ะ” เมื่อได้ยินว่าได้หอแล้ว ผมก็รีบถามรายละเอียดทันที

“ก็หอเดียวกับกูนั่นแหละ แต่ว่าคนละชั้นแต่ว่าที่กูจะบะ....”

“เฮ้ย ก็ดีดิ งั้นไปกันเลยเหอะ กูอยากไปดูห้อง” ผมพูดเสร็จก็ลงมือเก็บของ แล้วลากมันกลับหอ

“เหวอ ... เฮ้ย เดี๋ยวดิมึง กูมีเรื่องจะบอกอีก” ซีวอนโวยวาย เพราะโดนลาก... ไอ้คยู มึงจะฟังกูหน่อยได้มั้ยวะ - -*

“เออ เดี๋ยวค่อยบอก กูอยากเห็นห้องแล้ว” ไม่พูดปล่าวแต่ลากซีวอนเดินกลับหอ ซึ่งอยู่ข้างๆมหาวิทยาลัย ทันที

“เฮ้ย มึง มึงฟังกูก่อนดิ ที่ก็จะบอกมึงมันสำคัญมากเลยนะเว้ย” ซีวอนพยายามอย่างมากที่จะบอกเพื่อนให้รู้

“สำคัญมากใช่ปะ ถ้าสำคัญมากก็เข้าไปคุยในห้องดิ  อะ ถึงหอแล้ว ห้องไหนวะ” พูดพลางเดินไปหน้าลิฟต์

“ห้อง 1307 ชั้น 7 ห้อง 13”เมื่อเพื่อนไมฟัง เค้าก็ปล่อยเลยตามเลยละนะ แล้วอย่ามาว่ากันทีหลังก็แล้วกัน - -*

“อืม เลขสวย” บ่นงึมงำก่อนจะกดลิฟต์และลากเพื่อนเข้ามาด้วยกัน

 

ติ้ง

เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับ ประตูที่เปิดออก บอกให้ สองคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์รู้ว่าถึงที่หมายแล้ว ร่างบางกว่า ก้าวออกมาก่อน และหันไปลากเพื่อนให้ออกมาด้วยกัน ก่อนจะเดินไปตามทางเดิน

ตึก ตึก

1301......1302.....1303.....1304.....1305....1306.....

1307

“ถึงแล้วว~~” พูดอย่างร่าเริง แล้วรีบหันมาขอกุญแจเพื่อน

“กุญแจอ่ะมึง ไม่มีแล้วกูจะเข้าไปได้มั้ยเนี่ย” ดู ดูมัน ทำหน้าสิ ปวดขี้รึไง -3-

“...ไม่ต้องหรอก เข้าไปได้เลย” หลังจากเงียบไปอึดใจ ก็ยอมพูดออกมา สร้างความแปลกใจให้ อีกคนเป็นอย่างมาก... อ้าวไม่มีกุญแจ แล้วกูจะเปิดห้องได้ไงวะเนี่ย...ไอ้วอนท่าจะบ้า แต่เค้าก็บ้าจี้บิดลูกบิดประตูเข้าไป...

แกร้ก แอ้ดด

แต่ ประตูก็เปิดได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ประทะกับร่างสูงทั้งสอง (อารมณ์เหมือนหนังผีว่ามั้ย - -*)

“เฮ้ย ไอ้วอน ผิดห้องป่าววะ ทำไมมีคนอยู่อ่ะ” หันไปหาเพื่อนที่ตอนนี้ยืนทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆ

“ไม่ผิดหรอก 1037 ห้องนี้หละ ปะปะ เข้าไปได้แล้ว” ดันร่างของเพื่อนให้เข้าไปในห้อง ก่อนจะปิดประตู

“อ้าว .. ซีวอนมาแล้วหรอ.....หวัดดี คยูฮยอน” ลี ฮยอกแจ หันมาเห็นพอดี และเอ่ยทักร่างสูงทั้งสอง ก่อนจะเดินไปหาซีวอน ที่ยืนทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆคยู แต่เมื่อเห็น คนรัก เดินมาหา หน้าก็บานขึ้นมาทันตาเห็น -0-

“คิดถึงจังเลย ไก่น้อย มาให้ จูบ ซะโดยดี” ทำหน้าหื่นใส่แฟนสาว (?)

“ไม่ต้องเลย เจ้าม้าบ้า” กระโดดไปหลบ หลัง เพื่อนร่างอวบ ที่มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“เล่นอะไรกันน่ะ สองคนนี้นี่ ไปกินข้าวกันได้แล้ว” พูดเสร็จก็เดินนำไปที่โต๊ะอาหารทันที

“เฮ้ย ไปดิวะ ไอ้คยู จะยืนอีกนานปะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ยอมขยับไปไหน จึงเดินมาสะกิด

“..อะ เอ่อ  เฮ้ย เดี๋ยว ไอ้วอน นี่มันอะไรวะ ไหนมึงบอกว่านี่ห้องกูไง” ทำหน้าตาจริงจังใส่ซีวอน แต่ที่ได้รับตอบมาคือ รอยยิ้ม ที่วอนโดน พระบาท มาก --*

“ไม่ต้องมายิ้ม กูซีเรียสนะ ไอ้เวร” นี่ผมจริงจังนะ ให้ตายเหอะ

“ก็กูจะบอกมึงตั้งแต่ตอนแรกแล้ว มึงไม่ฟังกูเอง ระริกระรี้จะมาอย่างเดียวเลย ไม่ต้องมาโทษกู” ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“อะไรวะ ที่มึงจะบอกกูน่ะ มันอะไร” ตัดสินใจถามไป พลางภาวนาไม่ให้เป็นอย่างที่เค้าคิด ขอให้ซองมินกับฮยอกแจ แค่มาช่วยจัดห้อง ขอให้ซองมินแค่มาเป็นเพื่อนฮยอกแจ ขอให้ทุกแค่มาช่วยด้วยเถอะ อย่าให้เป็นอย่างที่เค้าแอบคิดเลย..

“..เหอะ ฟังกูได้แล้วใช่มั้ย....ที่กูจะบอกมึงก็คือ....ห้องที่กูหาให้อ่ะ คือห้องของซองมิน เพื่อนฮยอกแจ คือเอาง่ายๆก็คือ มึงต้องมาอยู่กับเค้าไง” พูดเสร็จก็เดินจากไป ทิ้งให้คยูฮยอน ยืนค้าง กับคำตอบอยู่คนเดียว

...................

 

“นี่ซีวอน เพื่อนนายเป็นอะไรอ่ะ” ร่างอวบถามพลางตักข้าวเข้าปาก

“เหอะๆ ปล่อยมันไปเหอะ คงจะยังงงๆ อยู่น่ะ” พูดอย่างไม่ใส่ใจ พลางตักกับข้าวให้แฟนสาว (?)

“...นี่ ซีวอน ฉันตักเองได้น่า” พูดอย่างเขิลๆ เพราะไม่ได้มีแค่เค้ากับซีวอนที่นั่งอยู่ แต่มีซองมินเพื่อนร่างอวบของเค้าที่นั่งจ้องตาไม่กระพริบอยู่ตรงข้ามด้วย

“ก็ฉันอยากตักให้นายนี่นา >3<” ทำปากจู๋ใส่....

ป้าบบ!!!!

เสียงฝ่ามือกระทบกับศรีษะของผู้เคราะร้าย ดังลั่น พร้อมกับ ที่หน้า คุณชายชเว ทิ่ม จานข้าว!!!

“ให้มันน้อยๆ หน่อย มึง นั่งกันอยู่ตั้งหลายคน เกรงใจชาวบ้านเค้ามั่ง” มาพร้อมกับคำบ่น ที่พ่นออกมาจาก เจ้าของมือ มหากาฬ ที่ทำให้หน้าชายชเว ทิ่มจานข้าว

“อ้ากก ไอ้คยู!!!  มึงตบกูทำไม!!” ซีวอน ร้องลั่น พร้อมกับวิ่งเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า โดยมีฮยอกแจ ที่พยายามกลั้นขำ วิ่งตามไปดู

                ทิ้งให้คยูฮยอน เจ้าของมือมหากาฬ นั่งอยู่ในครัว สองคนกับ กระต่ายอวบ ซองมิน

“เอ่อ  คือ... นาย  ทำไมถึงให้ฉันมาอยู่ด้วยล่ะ” ตัดสินใจถามไป เพื่อทำลายบรรยากาศเงียบๆ หรืออันที่จริงอาจเป็นเค้าคนเดียวที่คิดว่ามันเงียบไป เพราะคนตรงหน้ากำลังสนใจข้าวมากกว่าจะสนใจเค้าซะอีก

(คือว่า อีเกียมมันรู้สึกเสียเซล์ฟไง lol)

“หะ..อ๋อ ก็เดือนหน้าฉันจะไม่อยู่น่ะ แล้วคิดว่า มีคนมาอยู่ก็หน้าจะดีกว่า แล้วก็ จะได้มีคนมาช่วยแชร์ค่าห้องด้วย”ตอบคำถามเสร็จก็หันไปสนใจข้าวในจานของตัวเองต่อ....

“อ้าว แล้วเดือนหน้านายจะไปไหนอ่ะ”

“.....ฉันต้องไปธุระที่ต่างประเทศสักพักน่ะ” ร่างอวบชักสีหน้านิดๆ แล้วก็ตอบ ก่อนจะหันไปสนใจข้าวต่อ ต่างกับอีกคนที่ไม่รู้อะไรดลใจ ให้ไปสนใจเรื่องของคนร่างอวบตรงหน้าทั้งที่ก็เพิ่งจะเจอกันครั้งสองครั้งเท่านั้น

“ธุระอะไรอ่ะ แล้วซักพักนี่นานเท่าไหร่” ตอนนี้ร่างสูงที่ทำท่าจะกินข้าว ก็วางช้อนวางซ่อมแล้วนั่งเท้าคางมองคนตรงหน้าแทน

“......นี่ ....นายจะอยากรู้เรื่องของฉันไปทำไมเนี่ย” เมื่อโดนขัดมากๆเข้า ก็วางช้อนวางซ่อมและหันมาจ้องหน้าร่างสูงตรงหน้าแทน อย่างหงุดหงิด

ก็จะไม่ให้ผมหงุดหงิดได้ไงล่ะ คนหิวข้าวนะ จะกินข้าว ก็ขัดอยู่นั้นหละ ให้ตายเหอะ ไหนซีวอนบอกว่าเพื่อนเค้านิสัยดี ไม่พูดมาก เป็นกันเอง ยังไงล่ะ แล้วนี้อ่ะไร ตั้งแต่เข้ามาในห้องผมเนี่ย พูดไม่หยุดเลยนะ พูดอย่านั้นหละ ==

“อ้าว ก็ไหนๆก็จะมาเป็นรูมเมทกันแล้ว ถามนู่นนี้บ้างไม่ได้หรือไงกันหะ” เมื่อรู้สึกได้ว่าร่างบางเริ่มจะใส่อารมณ์ เขาก็เอามั่ง  

อะไรกัน นี่ผมแค่ถามเฉยๆนะ แบบถามสาระทุกสุกดิบอ่ะ แบบว่าผมเป็นคนมนุษยสัมพันดีอ่ะ หรือใครจะเถียง ==

                “ก็ไม่ได้บอกว่าถามไม่ได้ว้อย แต่ว่า ดูเวลานิดนึงได้มะ คนจะกินข้าวอ่ะ หัดมีมารยาทมั่งดิ๊” จากที่จะแค่อารมณ์เสียนิดหน่อย ตอนนี้ ลี ซองมิน บอกกับตัวเอง แล้วว่า ถ้าไอ้ บ้าตรงหน้ายังไม่หยุดพูดจากกวนอวัยวะเบื้องล่างแบบนี้ เค้าคงต้องทำอะไรซักอย่าง

“....นี่ด่าฉันว่าไม่มีมารยาทหรอฮะ มันจะมากไปแล้วนะ ไอ้กระต่ายอ้วน” คุณชายโจว ผู้เกิดมาไม่เคยมีใครด่าว่ามาก่อน ถึงกับ ของขึ้น เมื่อโดนคนตรงหน้าด่าว่าไม่มีมารยาท

“กระต่ายอ้วน...ใคร นายว่าใคร กระต่ายกันฮะ แล้วอ้วนนี่อีก ฉันไม่ใช่กระต่ายนะ แล้วก็ไม่ได้อ้วนด้วย” ทิ้งช้อนซ่อม ลงบนจานและลุกขึ้นยืน โวยเป็นการใหญ่....

                ข้าวน่ะหรอ ไม่กง ไม่กิน มันแล้ว หน่อยไอ้บ้า บังอาจมากนะ มาว่าชั้นอ้วนน่ะ นายไม่ได้ตายดีแน่ !!!

                “หรอ ไม่ได้อ้วนหรอ และนี่เรียกอะไรเนี่ย แหม แก้มก็ยุ้ย พลุงก็พลุ้ย ซะขนาดนี้ เรียกไม่อ้วนแล้วเรียกอะไรฮะ คุณกระต่ายอ้วน” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ามาปฏิกริยากับตอบโต้ ก็ยิ่งได้ใจ.....

                อืม ก็ผมชอบแกล้งคนอื่นนี่นา เวลาเห็นเค้า อารมณ์เสีย แล้วโวยวาย ตามที่ผมต้องการแล้ว มันสนุกดีนี่นา...นี่ ผมไม่ได้โรคจิตนะ ไม่ต้องมองอย่างนั้น...

                อ่า ให้ตายสิ ผม ยอมรับก็ได้ว่า เจ้ากระต่ายตรงหน้าน่ะ น่ารัก น่าฟัด มากเลย .. ผมก็เลยอดไม่ได้ที่จะแกล้งนี่นา ผมว่า ตอนนี้ ผมมีอะไรที่สนุกๆ ทำแล้วหละ.... ก็จะอะไรล่ะ ก็แกล้งเจ้ากระต่ายอ้วนให้โกรธไง ผมว่าสนุกดีอออก.. คุณไม่เห็นหน้าของเค้าตอนที่โวยวายหรอ  ผมว่ามันน่ารักกว่าตอนที่เค้าอยู่นิ่งๆอีกนะ  .... ฮิฮิ ผมชักสนุกกับการแกล้งเจ้ากระต่ายนี่แล้วสิ...........

 

                หนอย เจ้าหมาบ้านั่น.. มันจะมากไปแล้วนะ มาหาว่าฉันอ้วนน่ะ ... หุ่นฉันออกจะดี ร่างกายสมบูรณ์ ดี เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ (ตรงไหน) มาว่าฉันอย่างนี้อย่าหวังเลยว่าจะรอดไปได้น่ะ...

                เมื่อคิดได้ดังนั้น เจ้าของร่างอวบ ก็ลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างๆ อีกคน พลางเอามือเท้าเอว และจ้องหน้าอย่างหาเรื่อง

                “อะไรๆ พูดแค่นี้ถึงกับทนไม่ได้เลยหรอ .... ถ้าไม่ใช่แล้วนายจะเดือดร้อนทำไมเนี่ย..หืม?” เมื่อเห็นหน้าหาเรื่องของอีกฝ่ายคยู ก็ยิ่งสนุก

                “ฉันไม่ได้ร้อนตัวนะ” และก่อนที่จะสงครามย่อยเกิดขึ้น เสียงของฮยอกแจก็ดังขัดขึ้นซะก่อน

                “นี่ๆๆ พวกนายจะทะเลาะกันทำไมเนี่ย” พูดพลางก็ลากเพื่อนร่างอวบกลับไปนั่งที่

                “นั่นสิ ซองมิน คยูมันจะมาเป็นรูมเมทกับนายนะ จะทะเลาะกันทำไม...แล้วไอ้คยู แกมาอาศัยเค้าอยู่แล้วยังจะไปกวนตริงเค้าอีกนะ” ซีวอนที่เดินตามมา บ่นพลางนั่งลงข้างๆเพื่อน ที่ตอนนี้นั่งแสยะ?ยิ้มอยู่...

                “ไม่กวนซะหน่อย แกก็รู้ว่าชั้นก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว” พูดพลางหันไปยักคิ้วให้กับคู่กรณี ที่นั่งทำหน้าเป็นกระต่ายบูดอยู่ตรงข้าม

                แกร้ง

                “..ฮึ่ม ยักอีกทีซิคิ้วหน่ะ แม่จะเอาซ่อมจิ้มให้พรุนเลย?” พูดพลางชูซ่อมในมือขึ้นขู่

                “โอยย พวกนาย.. จะทะเลาะกันทำไมเนี่ย ชั้นจะกินข้าว เลิกทะเลาะกันได้แล้ว” ฮยอกแจ ผู้ซึ่งทนความหิว? ไม่ไหว ตะโกนเสียงดัง และ ...ก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างไม่สนใจใครทั้งนั้น

                ทำให้เพื่อนร่างอวบข้างๆ หน้าจ๋อยลงนิดหน่อย เพราะน้อยครั้งนัก ที่ ฮยอกแจ จะรำคาญจนต้องโวยวายออกมา เค้าจึงตัดสินใจสงบศึกลงชั่วคราวและหันไปสนใจข้าวต่อ

                แล้วทั้งโต๊ะอาหารก็ตกอยู่ในความเงียบตลอดระยะการทานมื้อเย็นครั้งนั้น จะมีเสียงแกร้งๆให้ต้องหันไปมองบ้างเมื่อตัวต้นเหตุทั้งสองเอื้อมมือมาตักอาหารพร้อมกัน...แต่อย่าหวังจะได้เห็นท่าทางเขินอายจากซองมินเหมือนในละครหลังข่าวเลย จะมีก็แต่การกระแทกช้อนใส่กันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร จนหลายครั้งที่ฮยอกแจต้องตัดปัญหาด้วยการเอื้อมมือไปจิ้มมากินเองหรือไม่ก็ให้ซีวอนแทน (ฮยอก = =)

                “ฮ้า อิ่มจัง” เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ซองมินกับฮยอกแจก็ช่วยกันเก็บจานไปล้าง ปล่อยให้สองหนุ่มไปนั่งคุยกัน

                “ไม่อิ่มได้ยังไง แกกับฮยอกแจอ่ะ แย่งฉันกินหมดเลย” คยูฮยอนพูดอย่างปลงๆ เพราะเมื่อตอนที่กินข้าวอยู่เค้าแทบจะต้องกินข้าวปล่าวกันเลย เพราะว่าฮยอกแจมักจะแย่งอาหารที่เค้าหมายตาเอาไว้ ถ้าไม่ใช่ฮยอกแจก็เป็นเจ้ากระต่ายอวบ ที่มักจะมือไวกว่า เค้าก็เลยอดกิ